บ้านเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์
ปี พ.ศ. 2461
เรือนสักทองของข้าหลวงพายัพกลางเมืองลับแล
หากได้ผ่านไปยังเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่สยามเริ่มเปิดประเทศและเชื่อมต่อกับโลกตะวันตก หนึ่งในชื่อที่มักปรากฏขึ้นในบทสนทนาของยุคนั้นคือเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ผู้มีบทบาทในระบบการปกครองหัวเมืองเหนือ ท่ามกลางเงาไม้ใหญ่ที่แผ่ปกคลุมหน้าบ้าน เรือนไม้สักอายุกว่าร้อยปีหลังนี้ยังคงยืนอยู่เป็นประจักษ์พยานของความรุ่งเรืองในอดีต ทั้งในฐานะพื้นที่อยู่อาศัยของชนชั้นนำ และฉากหนึ่งของช่วงเวลาที่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วัฒนธรรม และทรัพยากรกับนานาชาติกำลังเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก และค่อย ๆ เปลี่ยนโฉมหัวเมืองเหนือไป
บ้านเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ สร้างในปี พ.ศ. 2461 เป็นเรือนไม้สักทองของ “เจ้าคุณเชย กัลยาณมิตร” อดีตข้าหลวงใหญ่แห่งมณฑลพายัพในสมัยรัชกาลที่ 5 และเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในสมัยรัชกาลที่ 6 บ้านหลังนี้จึงไม่เพียงเป็นที่อยู่อาศัยของบุคคลสำคัญ หากยังเป็นพื้นที่สะท้อนบริบทของรัฐราชการยุคต้นสมัยใหม่ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากเรือนไทยไปสู่สถาปัตยกรรมแบบผสมผสานตะวันตกในภูมิภาคล้านนา
ตัวอาคารเป็นเรือนไม้สักทองทั้งหลัง ใช้แก่นไม้สักเก่าคุณภาพสูงอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี ลำเลียงมาจากพม่าและลาวผ่านแม่น้ำน่าน ซึ่งสะท้อนทั้งความมั่งคั่งและความนิยมไม้ในยุคนั้น โครงสร้างเรือนเลือกใช้แก่นไม้สักเกือบทั้งหมดโดยไม่ใช้ไม้กระพี้ ทำให้ตัวเรือนแข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศชื้น ฝน แมลง และปลวกได้อย่างดี บ้านวางผังเป็นรูปตัว L หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับแสงและลมธรรมชาติ ขณะเดียวกันยังช่วยกำหนดแกนพื้นที่ใช้งานให้แยกส่วนพิธีการกับพื้นที่พักอาศัยได้อย่างเป็นสัดส่วน
บ้านหลังนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างเรือนไม้ล้านนากับอิทธิพลแบบตะวันตก ทั้งรูปแบบการสร้างและการตกแต่งภายในตัวเรือน หลังคาเป็นทรงปั้นหยาซ้อนจั่ว ซึ่งช่วยระบายอากาศแบบพื้นถิ่นไปในตัว ชายคายื่นลึกช่วยกันแดดฝน
องค์ประกอบช่องเปิดของบ้านสะท้อนอิทธิพลตะวันตกอย่างชัดเจน ทั้งหน้าต่างบานเปิดคู่ขนาดใหญ่ที่เรียงกันตามแนวผนัง มีบานกระทุ้งและบานเกล็ดไม้ที่ช่วยระบายอากาศในตัว ช่องลมบริเวณประตูหน้าเป็นรูปทรงโค้ง ลายแกะสลักไม้ตามระเบียงเป็นช่องสี่เหลี่ยมและมีกากบาทตรงกลางเป็นเอกลักษณ์ ห้องภายในมีเพดานสูงทั้งหมด บานหน้าต่างยาวสูง สะท้อนการออกแบบเพื่อรับมือกับสภาพอากาศและให้ภายในโปร่งโล่ง
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่โดดเด่นคือการใช้กระจกสีจากอิตาลีติดตั้งในช่องแสงภายในอาคาร เมื่อมองจากภายนอกจะปรากฏเป็นกระจกสีเข้ม แต่เมื่ออยู่ภายในจะเกิดการกรองแสงเป็นสี ช่วยสร้างบรรยากาศภายในที่แตกต่างจากเรือนไม้ทั่วไปในยุคนั้นอย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดล้ำสมัยด้านการจัดแบ่งพื้นที่ใช้สอยภายใน แต่ละห้องมีเทคนิคพิเศษให้สามารถถอดย้ายผนังไม้กั้นห้องได้ โดยเป็นร่องสำหรับเสียบไม้ที่หยิบใส่และถอดออกได้ เพื่อปรับเปลี่ยนสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยตามแต่ละโอกาส เป็นเทคนิคที่พบเห็นได้ยากในยุคนั้น อีกทั้งยังสะท้อนถึงความสมมาตรของทุกห้อง ที่สามารถถอดไม้กั้นไปสลับใช้กับบริเวณอื่นได้
บ้านเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์แห่งนี้เปรียบเสมือนบทบันทึกของการเปิดรับนานาวัฒนธรรมที่เข้ามาผสานกับวัฒนธรรมพื้นถิ่น และถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมของเรือนไม้โบราณหลังนี้อย่างละเมียดละไม ทั้งวัสดุ เทคโนโลยี แนวคิดเรื่องพื้นที่ และการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย ล้วนถูกรวมไว้ในบ้านเพียงหลังเดียว